Airfrance ยุโรป

France in the air

บินไปกับ AIRFRANCE สายการบินที่มีเส้นทางมากที่สุดในยุโรป

ปัจจุบันมีสายการบินที่บินไปยังยุโรปมากมาย แต่หนึ่งในสายการบินที่ดี
และสะดวกสบายที่สุดก็คือ AIRFRANCE นั่นเองสายการบินนี้มีอะไรดีไปดูกัน

ปัจจุบันการเดินทางไปยังยุโรปแม้จะมีตัวเลือกมากมายที่ราคาถูก
แต่ส่วนมากก็มักจะต้องไปต่อเครื่องกลางทาง และ/หรือ เดินทางแบบ Multi City
โดยไปขึ้นที่ประเทศข้างเคียง ซึ่งทำให้เสียเวลาเป็นอย่างมากในการเดินทาง
ซึ่งบางครั้งหากต้องต่อเครื่องนานก็จะทำให้เสียเวลาเที่ยวไปเป็นวันๆ
รวมไปถึงบางช่วงจะเป็นการบินที่สั้นทำให้มีการนำเครื่องบินขนาดเล็กมาใช้
ซึ่งก็จะทำให้ที่นั่งไม่สบายเท่าไหร่

แต่สำหรับ AIRFRANCE/KLM เป็นกลุ่มสายการบินที่บินตรงจากกรุงเทพฯ
ไปสู่ยุโรป โดยมีสนามบิน Charles de Gaulle ที่มหานครปารีส
และสนามบิน Schiphol ที่ Amsterdam เป็นฐานในการบิน
ทำให้การบินจากกรุงเทพฯไปนั้น ใช้เครื่องบินขนาดใหญ่ (Boing 777-300ER)
ซึ่งสะดวกสบายในการนั่งเป็นอย่างมาก

เมื่อเดือนมีนาคม 2559 ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสนั่งเครื่องบินของ AIRFRANCE
ในทริป French Riviera ที่ผมเดินทางไปเก็บภาพในทางตอนใต้ของฝรั่งเศส
ที่เมือง นีซ คานส์ มาร์กเซย ลีออง รวมไปถึงประเทศ โมนาโก
เลยถือโอกาสพาเพื่อนไปชมรีวิวกันซักนิดครับ
สำหรับรีวิวเส้น French Riviera สามารถชมได้จากที่นี่เลยครับ
French Riviera


สำหรับตารางการบินจะเป็นการบินตรง
จากสนามบินสุวรรณภูมิไปยังสนามบินชาร์ลเดอโกล
ซึ่งจะใช้เวลาบินประมาณ 12 ชม.
Screen Shot 2559-04-11 at 8.11.00 PM

สายการบินเป็นสายการบินยุโรปถามว่าแพงมั๊ย
ตอบได้เลยว่าไม่ถือว่าแพง ยิ่งช่วงที่มีโปรออกมานั้น
ราคาสู้กับสายการบินแถบตะวันออกกลางได้เลย
ราคาอาจจะแพงกว่าเล็กน้อยแต่ก็แลกกับการบินตรงแบบ Round trip เลยนั่นเอง

อย่างตอนนี้ตั๋วไปกลับ บาเซิล สวิสเซอร์แลนด์ก็ขายอยู่ที่ราคา 17,xxx เท่านั้นเอง
ซึ่งราคาก็อยู่ราวๆนี้มาเป็นเดือนๆแล้ว ไม่ได้โปรมาไวไปไวเหมือนเจ้าอื่นๆ
อันนี้เป็นโพสที่ผมเคยมาแนะนำไว้เมื่อกลางเดือนมีนาคม 2559
มาถึงตอนนี้ราคาก็ขึ้นมาเป็น 17,600 เท่านั้น
ใครสนใจสามารถไปลองดูได้ที่นี่ –> Expedia.co.th
หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  AIRFRANCE  KLM
airfrance promotion ยุโรป

ถามว่าทำไมสายการบินยุโรป
จึงสามารถทำราคามาแข่งกับสายการบินตะวันออกกลางที่มีน้ำมันเป็นของตัวเองได้

คำตอบส่วนหนึ่งคือระบบการจัดการที่ดีของสายการบิน
รวมถึงระบบที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารอย่างเราๆนี่เอง


Mobile Check-in : สุดยอดแห่งความสะดวกสบาย

หนึ่งในระบบที่สายการบินได้นำมาใช้ซึ่งเป็นทางการเพิ่มความสะดวก
และควบคุมต้นทุนด้านการจัดการก็คือการพัฒนา Application Air France
ซึ่งมีให้โหลดใช้งานทั้ง Android และ iOS

ซึ่งผมเองก็ได้ใช้ App นี้ทั้งขาไปขากลับเลย หลังจากเปิด App
ก็เริ่มจากการใส่ข้อมูลส่วนตัวไปก่อน หรือใครที่เป็นสมาชิกสะสมไมล์ Flying Blue อยู่แล้ว
ก็สามารถ Login ไปได้เลย ส่วนใครยังไม่ได้สมัครสมาชิก
ก็สามารถสมัครสมาชิกได้ ที่นี่ เลย

ซึ่งเราสามารถใช้ App จะสามารถจองตั๋วเลยก็ได้
หรืออย่างผมเองที่รอบนี้จองผ่าน Agency ก็สามารถ Import ข้อมูลการจองเข้ามาได้
โดยกดไปที่ Add a Reservation
02-IMG_7300

ใส่ Booking Code และนามสกุลไปก็จะขึ้นรายละเอียดตั๋วของเรามาล่ะ

03-IMG_7081

ซึ่งเราสามารถตรวจสอบความถูกต้องของไฟลท์และชื่อนามสกุลเราได้เลย
กรณีที่จองผ่าน Agency แล้วลืมใส่เลข Flying Blue สามารถมาใส่ได้ที่ขั้นตอนนี้เลย
รวมถึงสามารถระบุความต้องการด้านที่นั่ง อาหาร และการซื้อน้ำหนักสัมภาระเพิ่มเติมได้เลย

Airfrance application

เรื่องสัมภาระนี้หากซื้อล่วงหน้าก่อนไปที่หน้าเค้าท์เตอร์จะถูกลงไปถึง 20%
แต่สำหรับผมน้ำหนักกระเป๋าที่ได้มาก็ถือว่าเหลือเฟือล่ะครับ

การเช็คอินนั้นจะสามารถเช็คอินล่วงหน้าได้ 30 ชม. ก่อนเดินทาง
ซึ่งรวมไปถึงจะสามารถเลือกที่นั่งเองได้ในขั้นตอนนี้ด้วย ซึ่งหากเป็นที่นั่งทั่วไป
ก็สามารถเปลี่ยนได้เลยไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่มเติม แต่ถ้าเป็นที่นั่งพิเศษ
เช่นที่นั่งคู่ หรือที่นั่งด้านหน้าสุด ซึ่งมีไม่กี่ที่พวกนี้จะมีการคิดเงินเพิ่มครับ

05-IMG_7124

Airfrance application

หลังจากตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวเรียบร้อยเราก็สามารถกดเช็คอินได้เลยก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
ซึ่งหากเราใช้ Iphone ก็สามารถ Save Boarding Pass ลงใน Passbook ได้เลย
ซึ่งตอนไปที่สนามบินเราสามารถเปิด Passbook จากมือถือให้เจ้าหน้าที่สนามบินดูได้เลย
โดยไม่ต้อง Print Boarding Pass ออกมาให้เสียเวลา แต่ถ้าใครไม่ชอบแบบ Electronic
ก็สามารถไป Print  Boarding Pass ได้ที่ Kiosk ที่สนามบินเลย

07-IMG_7130

หน้าตา e-boarding Pass ใน Passbook ของ iPhone
ซึ่งผมลองยื่นที่สนามบินทั้งที่สุวรรณภูมิและ CDG แล้วก็ผ่านได้สบายไร้ปัญหาจ้า

Airfrance


Sky Lounge: หนึ่งเดียวที่เปิดโอกาสให้ผู้โดยสาร Economy มีโอกาสใช้ lounge

โดยทั่วไปแล้วสายการบินต่างๆจะมี Lounge ที่จะมีให้บริการ ผู้โดยสารระดับ Business Class ขึ้นไป
แต่สำหรับ Sky Lounge ของ AIRFRANCE/KLM นั้นได้เปิดโอกาสให้ผู้โดยสารระดับ Economy
สามารถซื้อบริการเพิ่มเติมในการเข้าไปใช้บริการที่นี่ได้ ซึ่งสนนราคาค่าเข้าจะอยู่ที่ 1,000 บาทเท่านั้น

ผมเองเลยได้มีโอกาสเข้าไปลองใช้บริการมาด้วย
Sky Lounge ที่สนามบินสุวรรณภูมิจะอยู่ที่ชั้น 3 บริเวณ Gate F
ซึ่งจะเป็นห้องที่ใช้ร่วมกันกับกลุ่มสายการบินสกายทีม (Sky Team)09-FrenchRiviera-0021

ภายในจัดห้องค่อนข้างโปร่งโล่งสบายน่านั่ง อาหารจะเป็นสไตล์คานาเปแบบฝรั่ง
แต่ก็มีติ่มซำให้ทานด้วย และพวกตระกูลเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ถือว่าจัดเต็มเลย
ซึ่งหากใครเป็นคนดื่มแอลกอฮอล์ ผมว่าค่าเข้า 1,000 บาทก็ถือว่าคุ้มอยู่นะ

10-FrenchRiviera-002711-FrenchRiviera-0040 12-FrenchRiviera-004113-FrenchRiviera-0042

การมานั่งที่นี่ไม่ต้องกลัวว่าจะนั่งเพลินจนตกเครื่อง เพราะเมื่อถึงเวลา Boarding
จะมีประกาศเรียกจากภายใน Lounge เลย


France in the Air

การ Boarding ขึ้นเครื่องนั้นจะเป็นแบบ Self Boarding คือผู้โดยสารสามารถ Boarding ได้เองเลย
ผมก็เอา iPhone ผมเปิดหน้า passbook เอาไป Scan แล้วก็เดินผ่าน gate ได้ชิวๆเลย
14-FrenchRiviera-2483

เครื่องที่ใช้ในการบินไปกลับ CDG นั้นจะเป็นเครื่อง 777-300 ER ที่นั้งจะเป็นแบบ 3-4-3
ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องบินลำใหญ่ ทำให้สำหรับคนตัวใหญ่ๆอย่างผมนั่งสบายพอสมควร
แต่วันที่ไปเครื่องค่อนข้างแน่น เลยเท่าที่สังเกตุ น่าจะเต็มระดับ 95% ขึ้นไป

15-FrenchRiviera-0048

สำหรับสายการบินนี้ผมชอบ VTR เรื่องการความปลอดภัย
สมกับสโลแกน France in the Air ดี

 

เรื่องอาหารการกินก็เป็นอาหารฝรั่งตามสัญชาติของสายการบินนี่ล่ะ
อาหารจะมีเสิร์ฟ 2 รอบ รอบแรกเป็นมื้อหนัก และรอบหลังจะเป็น Light Meal
ขาบิน BKK-CDG อาหารประมาณนี้

16-IMG_7166
Airfrance

ส่วนอันนี้เป็นขากลับ CDG-BKK
ซึ่งส่วนตัวผมว่าขากลับอาหารอร่อยกว่านะ
อย่างว่าแหละอาหารฝรั่ง ทำที่ครัวฝรั่ง ย่อมอร่อยกว่าขาไปที่ทำจากไทยอยู่แล้ว
ซึ่งผมว่ารวมไปถึงไวน์ด้วย ไวน์ขากลับเป็นไวน์ที่มาจาก Porto โปรตุเกส
ซึ่งเป็นเมืองท่าขึ้นชื่อเรื่องไวน์อยู่แล้ว รสมันละมุนลิ้นมากๆ

17-IMG_7388

18-IMG_7410

สำหรับช่วงระหว่างไฟลท์นั้นจะมีการเดินเสิร์ฟน้ำเรื่อยๆ
แต่ใครหิวน้ำสามารถเดินไปที่ส่วนครัวได้เลย จะมีการวางเครื่องดื่ม สแน็ค และไอศกรีม
ให้ทานได้อย่างจุใจตลอดทั้งไฟลท์ ผมเคยได้ยินมาว่าในสมัยก่อน
ก่อนช่วงเศรษฐกิจขาลงนั้นเคยมีไอศกรีม Häagen-Dazs ให้กินกันแบบไม่อั้น
แต่ตอนนี้กลายเป็นไอศกรีมธรรมดาไปแล้ว เสียใจ…Airfrance


ให้การต่อเครื่องที่ CDG เป็นเรื่องง่ายกับ  Airfrance

ผมเองเคยมีประสบการณ์การต่อเครื่องที่ CDG มาแล้วครั้งหนึ่ง
ซึ่งครั้งนั้นผมบินด้วยสายการบินอื่นๆ ผลคือการต่อเครื่องค่อนข้างไกลและวุ่นวายพอดู
รวมถึงการจะเข้าเมืองด้วย เพราะถ้าบินด้วยสายการบินอื่นๆแล้ว
ส่วนมากแล้วเครื่องจะไปลงจอดที่ Terminal 1
แต่จุดต่อเครื่องต่างๆ รวมถึงรถไฟฟ้าความเร็วสูง TGV จะอยู่ที่ Terminal 2

ครั้งนี้ผมบินด้วย AIRFRANCE ทำให้การต่อเครื่องไปยัง Nice ของผมสะดวกมากๆ
เดินลงที่ Teminal 2 จะมี Immigration ดักอยู่พอผ่านปุ๊บก็เชื่อมไปยัง Teminal Domestic ได้เลย
เรียกว่าสะดวก ไม่เสียเวลา ไม่ต้องกลัวตกเครื่องเลย

20-FrenchRiviera-0051


บทสรุป  AIRFRANCE : France in the Air

สำหรับ AIRFRANCE นั้นถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีในการเดินทางไปยังยุโรป
รวมไปถึงอเมริกาฝั่งตะวันออก ด้วยการรวมตัวกันกับสายการบิน KLM
ทำใหกลายเป็นสายการบินที่มีเส้นทางบินในยุโรปที่เยอะที่สุด
และทำการบินจากกรุงเทพฯ ไปยังยุโรปด้วยเครื่องบินใหญ่คือ Boing 777-300 ER
ทำให้นั่งสบาย ไม่เหมือนสายการบินแถบตะวันออกกลาง หรืออินเดียที่มีการต่อเครื่องที่เอเชีย
ทำให้มีขาหนึ่งจะบินราวๆ 4-5 ชม. ซึ่งมักจะเป็นการบินด้วยเครื่องบินขนาดเล็กเช่น Airbus 320
ซึ่งทำให้เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวพอสมควรในช่วงดังกล่าว

ด้านการบริการนั้นเป็นสายการบินที่ Flexible มากคือหากเราจองตั๋ว Economy ทั่วไป
หากเราอยากได้บริการอะไรที่เพิ่มขึ้นที่ปกติตั๋ว Economy ไม่มีก็สามารถจ่ายเงินซื้อเพิ่มได้เลย
เช่นการใช้งาน Lounge โดยไม่จำเป็นต้องไปบิน Business แต่อย่างใด
เรียกว่ามีทางเลือกในการ Top up บริการได้ตามใจเรา

การเช็คอินก็สะดวกมาก เพียงแต่โหลด App Air France เพียงเท่านั้น
ข้อมูลทุกอย่างก็จะอยู่ในมือถือของเรา สามารถเดินทางแบบ Paperless ได้อย่าง 100%

อาหารบนเครื่องถือว่าได้อร่อยได้มาตรฐานทั่วไป
แต่จุดเด่นคือมีบริการอาหารว่าง เครื่องดื่ม และไอศกรีมที่บริเวณครัวตลอดเวลา
สามารถไปเดินหยิบมาทานเล่นเองได้เลย

เรื่องระยะเวลาการบินถือว่าค่อนข้างดี เพราะออกจากไทยช่วงสายๆ
ทำให้ไม่ต้องตื่นมาสนามบินแต่เช้า รวมถึงในขาไปยุโรปไปถึงช่วงเย็น/ค่ำ
สามารถเข้าที่พักไปพักผ่อนได้เลย เพื่อให้ร่างกายพร้อมกับการเที่ยวในวันต่อไป
เพราะไฟลท์ยุโรปนั้นเดินทางนานกว่า 12 ชม.
การที่ไปถึงแล้วจะเที่ยวเลยจึงไม่ใช่เรื่องที่เหมาะเท่าไหร่
ซึ่งกรณีนี้จะต่างจากไฟลท์ไปพวก ญี่ปุ่น เกาหลีที่บินแค่ 5-6 ชม.
ไปถึงแล้วการเที่ยวเลยจะไม่เหนื่อยมาก

ส่วนขากลับนั้นออกจากยุโรปช่วงบ่ายๆ และมาถึงที่ไทยตอนเช้า
ทำให้สามารถนอนหลับมาบนเครื่องและมาตื่นช่วงเช้าพอดี
ซึ่งจะสามารถลดอาการ Jet Lag ได้เป็นอย่างดี

Airfrance

สรุปแล้ว AIRFRANCE  ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีสายการบินหนึ่งในการบินไปยุโรป

1

 likes / One comment
Share this post:

Archives

> <
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec