สวัสดีค่ะ วันนี้กุ้งมีร้านชาบูพรีเมี่ยมอยากจะมาแนะนำค่ะ นั่นก็คือร้าน “Ginza Shabu-Ten” ที่ห้าง Emquartier นั่นเอง

 

 

โดยร้านนี้มีไฮไลท์ที่กุ้งอยากจะพูดถึงอยู่ 2 อย่างนั่นคือ1. เป็นร้านชาบูที่เสิร์ฟเนื้อฮิดะ ซึ่งถือเป็น 1 ใน 3 เนื้อดีที่สุดอร่อยที่สุดของญี่ปุ่น (อีก 2 เนื้อที่คนไทยรู้จักกันดีก็คือ เนื้อมัตสึซากะและโกเบค่ะ) โดยไม่ใช่แค่นี้ด้วยนะคะ แต่เป็นเนื้อฮิดะจากฟาร์มที่เป็นแชมป์โอลิมปิกสองสมัยซ้อนด้วย ขอแอบอวด

2. การันตีความอร่อยด้วยเชฟโอโนะ ทาคายาสึ ผู้ผ่านประสบการณ์การทำงานที่ภัตตาคารระดับ 2 ดาวมิชลีนจากประเทศญี่ปุ่น มาเป็นผู้ควบคุมวัตถุดิบและขั้นตอนการปรุงอาหารทั้งหมดค่ะ ว่าแล้วขอแอบถ่ายรูปกับเชฟซักหน่อย

 

โดยสำหรับเซทชาบูนั้นจะมีให้เลือก 5 เซตค่ะ คือ

  • Set A : เนื้อเซอร์ลอย + หมูคุโรบูตะ (670 บาท)
  • Set B : เนื้อเซอร์ลอย (750 บาท)
  • Set C : หมูคุโรบูตะ (600 บาท)
  • Set D : เนื้อคุโรเกะวากิว (1,800 บาท)
  • Set E : เนื้อฮิดะ (2,400 บาท)

 

และในแต่ละเซทนั้น จะมีเนื้อสัตว์ตามที่เราเลือกรวม 200 กรัม + เต้าหู้โฮมเมด, เซตผัก, ข้าวหรือข้าวอบ, อุด้ง, และของหวานให้ค่ะ ซึ่งในหม้อแรกนั้นเราจะต้องสั่งเซท แต่หลังจากนั้นเราสามารถสั่งเฉพาะเนื้ออย่างเดียวได้ซึ่งจะถูกกว่าสั่งเป็นเซทประมาณ 200 บาทค่ะ

 

และสำหรับคนที่ไปทานชาบูในช่วง 10.00- 15:00 น. นั้นทางร้านจะมีเซทชาบูมื้อกลางวันในราคาพิเศษมาให้ด้วยค่ะ ซึ่งราคาจะถูกกว่าราวเซทละ 100 บาทจ้า

 

 

🚩ว่าแล้วเรามาเริ่มรีวิวจากตัวไฮไลท์ก่อนเลยดีกว่า นั่นก็คือชาบูนั่นเองงงง

1. ชาบู

• เนื้อคุโรเกะวากิว

 

เนื้อเสิร์ฟมาชิ้นใหญ่ ความหนากำลังดี ลายสวย เมื่อนำไปแกว่งในน้ำซุปสาหร่ายคอมบุร้อนๆ ที่มีหม้อแบบฟอยล์ตามแบบฉบับของญี่ปุ่นแท้ๆอันมีหน้าตาเป็นเอกลักษณ์ และจิ้มกับน้ำจิ้มงาอันเป็นจุดเด่นของร้าน คือมันฟินมากๆๆ เนื้อนุ่ม หอม จิ้มกับน้ำจิ้มงารสชาติมันๆ ทำให้ช่วยเสริมรสชาติกันได้อย่างดี หรือหากใครไม่ชอบน้ำจิ้มงา ก็มีซอสพอนสึ รสเปรี้ยวนำ หอมกลิ่นยูสุอ่อนๆ อันนี้จะออกแนวตัดรสตัดเลี่ยนค่ะ (แต่ขอบอกว่าไม่จิ้มน้ำจิ้มก็ถือว่าอร่อยมากๆแล้วนะคะ) และเนื้อนี้ตอนหลังมีสั่งเบิ้ลแบบเนื้อเดี่ยวๆอีกจานด้วยค่ะ

 

 

• เนื้อฮิดะ

 

เป็นครั้งแรกที่กุ้งได้ชิมเนื้อฮิดะในเมืองไทยค่ะ (ก่อนหน้านี้เคยทานแต่ที่ญี่ปุ่น) ซึ่งก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เนื้อแทรกมันมาเยอะมาก ลายสวยๆๆๆ เห็นแล้วชวนน้ำลายไหล

 

เนื้อนุ่มอร่อย เพียงแค่แกว่งน้ำร้อน 2-3 รอบก็พร้อมจะเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ และเมื่อเอาเข้าปาก คือแทบไม่ต้องเคี้ยวเลยค่ะ นุ่มมากพร้อมละลายในปากทันที จานนี้กุ้งก็ฟินเช่นกันค่ะ (แต่หากใครไม่ชอบมันๆ อาจจะเลี่ยนไปหน่อย) และด้วยความที่ราคาแรงกว่าเนื้อคุโรเกะวากิว ทำให้กุ้งแอบปันใจไปทางคุโรเกะวากิวมากกว่าหน่อยนึง คือแค่นั้นก็อร่อยมากๆแล้วค่ะ แถมเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์มากกว่าด้วย (ถึงสั่งเนื้อคุโรเกะวากิวเดี่ยวๆเบิ้ลไปอีกจาน ตามที่บอกไว้ด้านบนค่ะ)

 

• เนื้อเซอร์ลอยด์+หมูคุโรบูตะ

 

 

จานนี้เหมาะกับผู้ที่อยากชิมทั้งเนื้อและหมู แต่ตัดใจเลือกไม่ได้ว่าจะเอาอะไรดี ก็มิกซ์มาเลยละกัน เมื่อชิมแล้วก็ผ่านตามมาตรฐานค่ะ เนื้อนุ่ม อร่อยเช่นกัน (จัดอยู่ในเกรดดีทีเดียว โดยไม่ต้องไปเทียบกับพวกฮิดะกับวากิวนะ เสียแต่เพราะกุ้งเลือกชิมเนื้อแพงก่อน ทำให้รู้สึกรสชาติของตัวดร็อปลงนิดนึงกว่าที่ควรจะเป็น แต่เมื่อเทียบกับราคาแล้ว กุ้งว่าดีงามกับกระเป๋าสตางค์มากๆค่ะ)

 

2. เต้าหู้โฮมเมด (90 บาท)

 

 

เนื่องจากมีมาในเซทชาบูอยู่แล้ว ตอนแรกเลยไม่ต้องสั่ง แต่พอได้ชิมแล้วคือชอบมากค่ะ ขนาดสั่งเบิ้ลต่างหากมาเพิ่ม (ปกติกุ้งชอบทานเต้าหู้อยู่แล้วนะคะ) เนื้อเต้าหู้มีความนิ่ม นุ่ม และหยุ่นเล็กน้อย เวลาเคี้ยวจะรู้สึกได้ถึงเนื้อสัมผัสหยุบๆนิดหน่อย ไม่เหลวเละ (เนื้อคล้ายพุดดิ้ง) และมาพร้อมกับกลิ่นหอมจางๆของงา อร่อยที่สุดค่ะ

 

3. ฟัวกราส์ย่างสไตล์เกียวโต (320 บาท)

 

 

เป็นฟัวกราส์ย่างมาแบบหอมๆ พอดีคำ แต่ใจกุ้งคิดว่าน่าจะย่างมาให้เกรียมหน่อย น่าจะหอมเข้าเนื้อมากกว่า และอยากให้ชิ้นใหญ่กว่านี้นิดนึง อันนี้สำหรับกุ้งคือวัตถุดิบดี แต่รู้สึกรสชาติธรรมชาติมากไปหน่อย

 

4. ปูทาระบะย่างเนยและโชยุ (720 บาท)

 

 

เนื้อปูสดและหวาน ย่างมาบนเนยหอมๆ ปรุงรสเล็กน้อย เข้มข้นดี หรือจะบีบมะนาวเพิ่มลงไปก็เพิ่มรสชาติเปรี้ยวสไตล์ไทยๆ

 

 

จานนี้อร่อยค่ะ คือถ้าไม่เกรงใจเงินในกระเป๋าก็อยากสั่งอีกซักจานเหมือนกัน

 

5. เมนูสเปเชี่ยล

 

อันนี้เป็นเมนูใหม่ที่เชฟทำมาให้ชิมค่ะ ยังไม่รู้ว่าจะทำขายหรือเปล่า หน้าตาสไตล์เดียวกับปูทาระบะย่างเนยและโชยุเลย รสชาติแนวเดียวกัน คือเน้นหอมเนย แต่มีหอยเชลล์กับเห็ดหอมเพิ่มขึ้นมา ส่วนตัวกุ้งว่าจานนี้รสแปลกๆค่ะ ไม่ใช่ไม่อร่อย แต่รู้สึกว่ารสชาติยังไม่ค่อยกลมกล่อมนัก

 

6. สเต๊กเป๋าฮื้อ (620 บาท) เป็นหอยเป๋าฮื้อตัวใหญ่

 

 

ปรุงรสมาคล้ายกับ 2 เมนูด้านบน เค็มๆ มันๆ เคี้ยวหยุบๆ เพลินหมดไม่รู้ตัว อันนี้รสชาติเค็มนำ บีบเลมอนที่ให้มาแล้วจะได้รสชาติที่ลงตัวพอดีค่ะ

 

7. ผักรวมทอดเสิร์ฟในมะเขือม่วง (170 บาท)

 

 

เป็นจานแรกที่มาเสิร์ฟ พวกเราก็จ้วงกันสิคะ ผลคือหมดในพริบตา เป็นผักรวมทอด ทอดแบบกลวงๆ พองๆอ่ะ ไม่รู้ทำยังไง และมีน้ำซอสข้นๆเปรี้ยวๆหวานๆ ราดมาเข้ากันดีค่ะ อันนี้คืออร่อยเลยค่ะ

 

8. เซทซาซิมิ 3 ชนิด (500 บาท)

 

 

มีแซลมอน, หอยเชลล์, ทูน่า Hon Maguro (ทูน่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและแพงสุดในหมู่ทูน่าด้วยกัน) ทุกอย่างลายสวยและเนื้อสดมาก

 

9. ซูชิเนื้อฮิดะและเนื้อคุโรเกะวากิว (คำละ 270 บาท และ 140 บาทตามลำดับ)

 

 

เนื้อมาเป็นแผ่นใหญ่ๆ กินคำเดียวไม่หมดอะค่ะ เนื้อย่างพอสุกเล็กน้อย เป็นแบบคล้ายๆโรยพริกไทย หอมและอร่อยมาก (ส่วนตัวกุ้งแอบชอบคุโรเกะวากิวมากกว่า เพราะรู้สึกว่านุ่มกว่าฮิดะซะอีกค่ะ ซึ่งแตกต่างจากชาบูที่เนื้อฮิดะจะนุ่มกว่า แถมราคาถูกกว่าครึ่งนึงเลยด้วย)

 

10. ปลาแซลมอนย่างราดด้วยมิโสะฟัวกราส์ (200 บาท)

 

 

เป็นเมนูแนะนำของร้าน แต่กุ้งกินแล้วรู้สึกเฉยๆค่ะ อาจเพราะกุ้งไม่ค่อยชอบมิโสะแบบนี้อยู่แล้วด้วยมั้งคะ แต่เพื่อนที่ไปด้วยก็ชอบเมนูนี้นะ เนื้อปลาตรงกลางย่างมานุ่มดี (ขอบแข็งไปนิด)

 

11. เต้าหู้โฮมเมดทอดราดซอส (70 บาท)

 

 

ใช้เต้าหู้เดียวกับเต้าหู้โฮมเมด ก็เข้าทางเราสิคะ เมนูชอบเลย อันนี้เค้านำไปทอดและราดซอสมา น้ำซอสคล้ายๆน้ำบะหมี่เย็นและมีกลิ่นวาซาบิอ่อนๆ

 

12. อันคาเคะไข่หอยเม่นย่างและหอยเชลล์ราดข้าว (180 บาท)

 

 

อันนี้หอยเชลล์สดมาก ย่างมากำลังหอม ส่วนซอสไข่หอยเม่น กลิ่นไม่ออกมากนัก

 

13. ของหวาน – เนื่องจากวันที่ไปมีขนมให้เลือก 2 เมนูคือเยลลี่สาหร่าย กับ เชอร์เบทชาเขียว เราก็เลยต้องลองทั้งคู่ค่ะ ตัวเยลลี่สาหร่ายเสิร์ฟมาเยอะทีเดียว รสชาติออกคล้ายๆวุ้นค่ะ นิ่มๆ กรอบๆ น่าจะราดน้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดง (มั้ง) กินปิดท้ายก็สดชื่น ลื่นคอดี / ส่วนตัวเชอร์เบทชาเขียวนี่เป็นอะไรที่สุดยอดมาก Highly Recommended ไม่ชิมถือว่าพลาดอ่ะ เป็นเชอร์เบทชาเขียวที่อร่อยที่สุดในโลก ตอนแรกคิดว่าจะมาเป็นไอติมชาเขียวเหมือนปกติทั่วไป แต่มันไม่ใช่อ่ะค่ะ มาเป็นลักษณะของชาเขียวที่ห๊อมหอม มาแบบเกล็ดน้ำแข็งละเอียดมากๆ ต้องชิมนะพวกเธอว์

 

 

+++++++

 

📌 สรุป

1. ชาบูรสชาติดี น้ำจิ้มงาอร่อย ราคาเหมาะสมกับคุณภาพ

2. เนื้อฮิดะ + คุโรเกะวากิวของแท้ ส่งตรงมากจากญี่ปุ่น แถมเนื้อฮิดะยังการันตีด้วยรางวัลแชมเปี้ยนด้วยนะ เนื้อนุ่มมาก อร่อยมาก คนชอบเนื้อและชาบู อยากให้มาลองซักครั้ง

3. มีเมนูที่น่าจะเป็นสไตล์ถนัดของร้าน คือ นำไปผัดเนย ซึ่งจะออก หอมๆ เค็มๆ มันๆ ซึ่งพอสั่งไปหลายจานซึ่งเป็นคนละเมนูกัน แต่พอมาออกจะใกล้เคียงกันอยู่ (สำหรับกุ้งที่อยากชิมหลายหลาย เลยรู้สึกว่ามันคล้ายๆกันไปหน่อย)

4. วัตถุดิบคุณภาพดี สด ชิ้นโต เกรดพรีเมี่ยม

5. หลายเมนูทำออกมาได้อร่อยและรสชาติไม่โหล เช่นเต้าหู้โฮมเมดที่อร่อยมาก และเชอร์เบทชาเขียวสุดยอดจริงๆ

6. ราคาอาจจะแรงไปนิด แต่ถ้าเทียบกับเกรดอาหารและความอร่อย หรือเทียบกับราคาเวลาไปกินที่ญี่ปุ่นก็ไม่ได้ถือว่าแพงจนเกินไป (ความคุ้ม ขึ้นอยู่กับกระเป๋าสตางค์แต่ละคนน้า ไม่ต้องเชื่อกุ้งทุกอย่างค่ะ) แต่บางเมนูก็แอบรู้สึกแรงจริงๆ อาจเพราะเป็นเชฟจากร้านมิชลินด้วยอะนะ

7. น้ำจิ้มไม่ได้หลากหลายมากนัก อาจจะไม่ถูกปากคนไทยเท่าไหร่ที่ชอบประยุกต์น้ำจิ้มรสชาติไทยๆ

8. ราคายังไม่รวม VAT และ SC นะจ๊ะ (แต่เดี๋ยวนี้ หลายร้านก็ไม่รวมกันแบบนี้แหละ)

9. ร้านอาหารตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นไม้ๆ บรรยากาศดี ตกแต่งสวย

📍พิกัด – ร้าน Ginza Shabu-Ten ตั้งอยู่ที่ห้าง Emquatier ชั้น 8 โซน Helix Quatier

–  สำรองที่นั่ง โทร 02-003-6206 ค่ะ

 

รูปบรรยากาศร้าน

 


และเหมือนทุกทีค่ะ กุ้งเก็บรูปเมนูมาฝากด้วย เผื่อท่านใดสนใจอยากทานรายการอื่นในเมนู

 

 

หมายเหตุ – ความอร่อยเป็นรสชาติส่วนบุคคล แต่ละคนอาจมีความชอบที่ไม่เหมือนกัน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน และต่างกรรมต่างวาระอาจได้ผลลัพธ์แตกต่างกัน ทั้งนี้กุ้งไม่ใช่กูรูนะคะ แค่เป็นคนชอบกิน และกินอะไรมาก็อยากมาเล่ามาคุยกันค่ะ ไม่ต้องเชื่อกุ้งน้า ถ้าอ่านแล้วคิดว่าโดนใจค่อยตามไปลองดูจ้า ^^
#กุ้งจังตะลอนกิน #กุ้งจังตะลอนกินShabuTen #ShabuTen #GinzaShabuTen #emquatier #shabu #ชาบู #hida #hidabeef #เนื้อฮิดะ

2

 likes / 0 Comments
Share this post:

Archives

> <
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec
Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec